ความจำเป็นในการประกาศข่าวประเสริฐ ตอนที่ 1 ทำไมคริสเตียนต้องประกาศ

ปัญหาที่เกิดขึ้นในคริสตจักรหลายแห่งขณะนี้ คือ สมาชิกและผู้รับใช้พระเจ้าบางกลุ่มมีความเข้าใจผิดว่าการนำวิญญาณเป็นหน้าที่ของ “ผู้ที่มีของประทานในการประกาศเท่านั้น”

  • ทำให้คริสตจักรไม่กระตือรือร้น  ชีวิตคริสเตียนแห้งเหี่ยว ไม่มีประสบการณ์ในการอัศจรรย์และความยินดีในการที่มีคนกลับใจมาเชื่อในองค์พระคริสตเจ้า
  • จำนวนสมาชิกในคริสตจักรกลับลดลง  ไม่เพิ่มขึ้นซึ่งแท้ที่จริงแล้ว คริสตจักรที่มีชีวิตจะต้องโต “ไม่ใช่เป็นเป็นคริสเตียนที่เลี้ยงไม่โต หรือเป็นคริสตจักรที่อ้วน คือ มีแต่กิจกรรม”  สาเหตุที่หลายคนไม่นำวิญญาณ หลายคนอ้างว่าไม่ใช่เป็นส่วนของตนเอง เป็นหน้าที่ของ “อาจารย์” สอนพระคัมภีร์ แต่อาจารย์ หากท่านขัดเกลาเหรียญ  ขัดเกลาชีวิตสมาชิกเท่านั้นคงไม่ถูกต้องนักเพราะ พระบรมครูผู้เต็มไปด้วยสรรพปัญญา คือพระเยซูคริสต์ทรงตามเหรียญที่หายไปเช่นกัน

นอกคริสตจักรบางคนอาจจะบอกว่าตนเป็น “ผู้เลี้ยงแกะ” ซึ่งศิษยาภิบาลแม้รักแกะ  99  ตัวในคริสตจักร  แต่พระเยซูทรงละแกะ  99  ตัวเพื่อไปตามแกะ  1  ตัว ที่หลงหายนอกคริสตจักร บางคนบอกว่าตนเป็น “อัครทูต” พระเยซูเป็นทูตจากสวรรค์  พระองค์ทรงประกาศข่าวประเสริฐไม่เคยขาดทั่วทุกตำบล

 

การนำวิญญาณเป็นหน้าที่ของทุกคน

 

แม้ท่านจะเป็นใครในคริสตจักร  พระเยซูคริสต์ได้ตรัสกับทุกคนว่า  “จงตามเรามาแล้วเราจะตั้งเจ้าให้เป็นผู้จับคนแทนจับปลา” หมายความว่า  แม้ท่านให้ความสำคัญกับงานที่ท่านทำอยู่ การนำคนมาเชื่อในพระเยซูก็ยิ่งสำคัญสักกว่าสักเท่าใด “ใครจับงานอะไร ให้จับคนไปสวรรค์”

มีบุรุษผู้หนึ่งมีอาชีพซ่อมรองเท้า มีคนถามว่าท่านมีอาชีพอะไร  เขาตอบว่า “อาชีพซ่อมรองเท้าเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย  ค่าน้ำค่าไฟ  แต่ดำเนินชีวิตในการนำวิญญาณเป็นหน้าที่หลัก”  เขาคือวิลเลียม แคร์รี  ได้สมญานามว่าเป็น บิดาแห่งมิชชันนารี ปี 2000

วันนี้ท่านจะมีอาชีพอะไร? เป็นใคร? ต้องประกาศเป็นพยาน เป็นงานสำคัญมากในชีวิตคริสเตียน อยากนำชีวิตบุคคลหนึ่งมาเป็นบทเรียนแก่ท่านในการประกาศนำวิญญาณ ซึ่งการเรียนจะใช้พระธรรม (ยอห์น  1 :35-42)

 

1.ยอห์นชี้นำพระเมษโปดก     (ยอห์น  1 :35-42)

เหตุการณ์ตอนนี้เกิดขึ้นเมื่อพระเยซูทรงเริ่มพระราชกิจของพระองค์  ธรรมเนียมยิวคนอายุ  30  ปีจะเริ่มทำงาน  ยอห์น  บัพติสโต  เริ่มรับใช้ก่อนพระเยซูประมาณ 6 เดือน เพราะอายุท่านแก่กว่าพระเยซู  6  เดือน

พระคัมภีร์กล่าวว่า รุ่งเช้าวันหนึ่งยอห์นบัพติสโตอยู่กับสาวก 2 คน เห็นพระเยซูเดินมา ยอห์นบอกสาวกว่า  “จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า”  หมายถึง  ลูกแกะที่จะมารับความผิดบาปของคนทั้งโลกไป

2. แล้วสาวกก็ติดตามพระเยซู

สาวก  2  คนนั้น เมื่อได้รับคำแนะนำแล้วก็ติดตามพระเยซูไปทันทีไม่รีรอ พระเยซูหันมาถามเขาทั้งสองว่า “ท่านหาอะไร?”

สองคนนั้นตอบว่า          : รับบี  แปลว่า  อาจารย์    ท่านอยู่ที่ไหน?

พระเยซูตรัสตอบว่า       : มาดูเถิด

เขาติดตามพระเยซูจริง ๆ และอยู่กับพระเยซูถึง  4  โมงเย็น

3. อันดรูว์และยอห์นไปหาใคร

 

ในพระคัมภีร์ในข้อ 41 อันดรูว์เมื่อได้พบพระเยซู เขาก็รีบไปหาพี่ชายเขา คือ เปโตร ตอนนี้เปโตรยังไม่ได้ติดตามพระเยซู ส่วนยอห์นคงไปหาพี่ชายตน คือ ยากอบ เช่นกัน

4.จากประสบการณ์และบทเรียนของอันดรูว์

 

ชีวิตหลายๆคนคงเหมือนอันดรูว์ และยอห์น ที่เคยถามตนเองว่า  “เรากำลังแสวงหาอะไรกันแน่”  แล้วเมื่อเราพบพระเยซู พระเจ้าองค์เที่ยงแท้แล้วและติดตามพระองค์ไป เราก็บอกเรื่องของพระองค์กับคนอื่น ๆ

อันดรูว์เชื่อและได้ปฏิบัติจริง ดูในพระคัมภีร์ อันดรูว์ได้บอกพี่ชายด้วยความยินดี เขาบอกกับพี่ชายเขาว่า เราได้พบ ภาษาเดิม แปลว่า ตื่นเต้น ตาโต ทันทีทันใด เหมือนคนที่พบทองหนัก 100 บาทหลังบ้านของเขา ที่ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา…

เขาพบใคร?         

  • พระเมสสิยาห์  -  คำนี้มีความหมายมากสำหรับยิว  และคนทั่วโลก คือ พระผู้ช่วยโลกให้รอด
  • พวกอิสราเอลรอคอยพระเมสสิยาห์หรือพระคริสต์ว่าจะมาช่วยเขาในขณะที่อยู่ใต้อำนาจโรมซึ่งเป็นศัตรูกับพวกเขา
  • พระเมสสิยาห์จะเป็นกษัตริย์อย่างสมบูรณ์ ที่ปลดปล่อยชาวยิว  เป็นทั้งปุโรหิตที่นำการติดต่อระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า ทั้งจะเป็นผู้เผยพระวจนะที่สั่งสอนเขา
  • อาณาจักรของพระองค์ขยายแผ่ทั่วโลก

พระเยซูองค์นี้ที่ท่านเชื่อมีชัยชนะ เป็นกษัตริย์จอมเจ้านายเหนือความตาย พระเจ้าผู้ที่ช่วยเราให้หลุดพ้นจากบาป นรก ไสยศาสตร์ ให้เรามีชีวิตใหม่  เหนือโชคชะตาราศี โหงวเฮ้ง สิ่งไม่ดี คำแช่งสาป ทรงทำอัศจรรย์รักษาโรคได้ อัศจรรย์เหนืออัศจรรย์

ท่านเชื่อในพระเยซูคริสต์ มีความตื่นเต้น จึงไปบอกพ่อ แม่ พี่ น้อง ภรรยา เพื่อนบ้านไหมครับ บอกพวกเขาว่า “พบแล้ว” ชีวิตใหม่ พบคำตอบของชีวิต

บทเรียนที่หนึ่ง คือ อันดรูว์เชื่อจริง ความเชื่อของอันดรูว์นำไปสู่ความรอดอันดรูว์ไปบอกพี่ชายของตน และเมื่อดูต่อไป เปโตรก็ติดตามพระเยซู เพราะน้องของเขาเชื่อจริง “จงเชื่อและวางใจในพระเยซูเจ้า และท่านจะรอดได้ทั้งครอบครัวของท่านด้วย” ท่านเอาจริงเอาจัง สำแดงชีวิตคริสเตียนแก่ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านว่าเชื่อจริง  และประกาศเป็นพยานแก่เขา สำแดงชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างอัศจรรย์จะทำให้เขาเชื่อ จงเป็นพยานแก่เขา

โนอาห์ดำเนินชีวิตกับพระเจ้า  ชอบธรรมด้วยความเชื่อจริงท่ามกลางคนบาป  เขาเป็นแบบอย่างในการนำครอบครัวให้รอดจากน้ำท่วมโลกได้ หากท่านเชื่อจริงต้องสำแดงชีวิตคริสเตียนออกมา

เขียนโดย อาจารย์เจริญ ยธิกุล

No related posts.

Related posts brought to you by Yet Another Related Posts Plugin.

Powered by www.477internet.com